การเปิดน้ำให้ไหลตลอดเวลาขณะแปรงฟันทำให้สิ้นเปลืองน้ำอย่างน้อยประมาณ 27 ลิตร
(หากแปรงฟันประมาณ 3 นาที) ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำอัดลมถึง 83 กระป๋อง |
|

เมื่อซักผ้าไม่ว่าจะซักด้วยมือหรือด้วยเครื่องซักผ้า ควรซักทีละหลายชิ้น
เพราะการซักผ้าแต่ละครั้งสิ้นเปลืองน้ำไม่ต่ำกว่า 80-100 ลิตร
และควรเลือกผงซักฟอกชนิดฟองน้อยเพื่อลดระยะเวลาในการซักลงเป็นการประหยัดทั้งน้ำและไฟ |
|
| |

ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26-28
องศาจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณร้อยละ 15-20
และควรทำความสะอาดแผงกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศทุกๆ เดือน
เพื่อให้การระบายความร้อนของตัวเครื่องเป็นไปโดยสะดวก
และสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ร้อยละ 5-7 |
เครื่องถ่ายเอกสารที่มีสัญลักษณ์ Energy Star ช่วยประหยัดไฟได้ร้อยละ 12
เพราะกำลังไฟฟ้าของเครื่องถ่ายเอกสารโดยทั่วไปขณะรอทำงานประมาณ
150-200 วัตต์ และหลังเลิกงานควรปิดและถอดปลั๊กออกทุกครั้ง
เนื่องจากถ้ายังเสียบปลั๊กอยู่เครื่องใช้ไฟฟ้าจะใช้กำลังไฟในการอุ่นเครื่องถึง
5-10 วัตต์ |
|
เครื่อง
printer ชนิดเลเซอร์ใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอทำงานสูงสุด คือ 60-70 วัตต์
รองลงมาคือ เครื่อง printer ชนิดเข็ม ใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอทำงาน 7-15 วัตต์
และเครื่อง printer ชนิดพ่นหมึก ใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอทำงาน 3-5 วัตต์ |

เครื่องโทรสารชนิดเลเซอร์ ใช้กระดาษธรรมดา ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น
ใช้กำลังไฟฟ้าสูงขณะรอทำงาน 60-70 วัตต์
ส่วนเครื่องโทรสารชนิดที่ใช้กระดาษไวต่อความร้อนใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอทำงาน 10-20
วัตต์ |
|
|
คอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะที่มีจอภาพ 14 นิ้ว
ซึ่งใช้กันมาในสำนักงานทั่วไปจะใช้ กำลังไฟฟ้า 100 วัตต์
ส่วนคอมพิวเตอร์ชนิดกระเป๋าหิ้วจะใช้กำลังไฟฟ้า 20 วัตต์
ซึ่งน้อยกว่าแบบตั้งโต๊ะถึง 5 เท่า ในขณะที่จอภาพคอมพิวเตอร์ขนาด 17 นิ้ว
จะสิ้นเปลืองไฟฟ้ามากกว่าจอภาพขนาดเล็ก 14 นิ้วถึงร้อยละ 25 นอกจากนี้ควรปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ไม่ใช้งานประมาณ
15 นาทีขึ้นไป
คอมพิวเตอร์บางรุ่นมีระบบประหยัดพลังงานอยู่ในเครื่อง โดยสังเกตจากสัญลักษณ์
Energy Star เพราะระบบนี้จะใช้กำลังไฟฟ้าลดลงร้อยละ 55 ขณะที่รอทำงาน
พึงระลึกไว้เสมอว่า
Screen Saver ไม่ได้ช่วยประหยัดพลังงาน |
|
โทรทัศน์สีที่มีระบบรีโมทคอนโทรลจะใช้ไฟฟ้ามากกว่าโทรทัศน์ สีระบบทั่วไป
ที่มีขนาดเดียวกันเช่น โทรทัศน์สี ขนาด 16 นิ้ว
ระบบรีโมทคอนโทรลเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าระบบธรรมดาร้อยละ 5 และ โทรทัศน์สี ขนาด 20
นิ้ว ระบบรีโมทคอนโทรลเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าระบบธรรมดาร้อยละ 18 เป็นต้น
|
|
| |
การปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่นจะช่วยลดปริมาณการใช้เครื่องปรับอากาศ ต้นไม้ขนาดใหญ่ 1
ต้น จะสามารถดูดซับความร้อน จากบริเวณรอบต้นไม้เพื่อนำไปสังเคราะห์แสงได้ถึง
12,000 บีทียูต่อชั่วโมง ซึ่งเท่ากับการทำงานของเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตัน
จึงทำให้อาคารที่อยู่ใกล้ๆ ต้นไม้ มีอุณหภูมิลดลงด้วย |
การวางของร้อนบนตู้เย็น หรือใช้ผ้าคลุมตัวตู้เย็น
จะทำให้การระบายความร้อนของตู้เย็นไม่ดี ทำให้สิ้นเปลืองไฟมากขึ้น
แต่ก็ควรจะควรทำความสะอาดที่ผิวตัวตู้ด้านข้างและด้านหลังอย่างสม่ำเสมอ
เพราะถ้ามีฝุ่นเกาะ มากๆ
มอเตอร์ต้องทำงานหนักโดยใช่เหตุและการระบายความร้อนจะไม่ดีเช่นกัน
โดยการตั้งตู้เย็นให้ห่างผนังข้างหลัง และด้านข้างทั้งสองข้างอย่างน้อยข้างละ
15 ซม. และด้านบนไม่น้อยกว่า 30 ซม. เพื่อให้ระบายความร้อนจากตู้เย็นให้ดีขึ้น
จะช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้นร้อยละ 39 ในขณะที่ตู้เย็นแบบ 2
ประตูจะใช้ไฟฟ้ามากว่าตู้เย็นแบบประตูเดียวในขนาดที่เท่ากัน |
|
การใช้เวลารีดผ้านานอย่างเช่น ผ้าที่ยับมากๆ จะใช้เวลานานกว่าผ้าที่ยับน้อย
จะทำให้สิ้นเปลืองไฟในการรีดมากขึ้นเพราะใช้เวลานานขึ้น
เตารีดแบบธรรมดาใช้เวลารีดปานกลาง เตารีดแบบไอน้ำจะใช้เวลารีดเร็วกว่า
ส่วนเตารีดแบบกดทับจะใช้เวลารีดเร็วที่สุด การถอดปลั๊กเตารีดก่อนรีดเสร็จ 3-4
นาทีช่วยประหยัดไฟเพิ่มขึ้นได้
เนื่องจากในเตารีดยังมีความร้อนเหลืออยู่สามารถรีดผ้าที่บางๆ
อย่างเช่นผ้าเช็ดหน้า หรือ ผ้าพันคอได้ |
การทาสีผนังห้องหรือเลือกวัสดุพื้นห้องที่เป็นสีอ่อนๆ
จะช่วยสะท้อนแสงสว่างภายในห้อง ทำให้ประหยัดการใช้ไฟฟ้าได้
และผนังกระจกแบบสะท้อนรังสีความร้อน (Heat Mirror)
แทนกระจกใสแบบธรรมดาจะช่วยประหยัดพลังงานในส่วนของการสร้างความเย็นของเครื่องปรับอากาศ |
|
|
ระวังอย่าให้มีตะกรันเกาะด้านในตัวกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า
เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองไฟในการต้มมากกว่าเดิม
ควรดูแลทำความสะอาดกระติกอย่างสม่ำเสมอ
และการนำน้ำเย็นมาต้มกับกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าจะทำให้สิ้นเปลืองไฟในการปรับอุณหภูมิของน้ำ
ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำที่อุณหภูมิห้อง |
|
ควรเลือกใช้หม้อหุงข้าวที่มีขนาดเหมาะสมกับครอบครัว
การที่เลือกหม้อหุงข้าวที่มีขนาดใหญ่เกินไปทำให้เกิดการสิ้นเปลืองไฟโดยไม่จำเป็น
และการหุงข้าวแต่ละครั้งควรจะกะปริมาณน้ำให้พอเหมาะ
การเติมน้ำมากเกินไปนอกจากจะทำให้ข้าวแฉะแล้ว
ตัวหม้อยังหุงอยู่จนกว่าน้ำจะแห้งหมด
ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าอย่างเปล่าประโยชน์
นอกจากนี้การหุงข้าวในห้องที่ปรับอากาศ จะมีความร้อนที่เกิดจากการหุงข้าว
ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเพื่อที่จะเพิ่มความเย็นให้กับห้องอีกด้วย |
|
| |
หลอดไส้ขนาด 40
วัตต์จะมีอายุการใช้งาน 750-1,000 ชั่วโมง
ส่วนหลอดฟลูออเรสเซนต์จะมีอายุการใช้งานนานกว่า คือประมาณ 8,000 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามควรทำความสะอาดหลอดไฟไม่ให้ฝุ่นจับช่วยทำให้หลอดไฟสว่างเต็มที่
ทำให้ไม่ต้องติดหลอดไฟเพิ่มความสว่าง จึงช่วยประหยัดไฟฟ้าลงได้
และที่สำคัญควรปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ต้องการใช้ หรือเมื่ออกจากห้องทุกครั้ง
และใช้แสงสว่างจากธรรมชาติแทนเท่าที่ทำได้
เป็นการประหยัดพลังงานจากการใช้หลอดไฟวิธีหนึ่ง |
ค วรรดน้ำต้นไม้ในช่วงเช้าหรือเย็น ไม่ควรรดน้ำต้นไม้ในช่วงที่มีแดดจัดๆ
เพราะจะทำให้เสียน้ำไปโดยเปล่าประโยชน์ ต้นไม้จะได้น้ำน้อยลง |
|