“เรื่องพลังงานถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ” ทุกครั้งที่เราเปิดสวิทซ์ไฟนั้น เราอาจจะไม่เคยรู้ว่า นอกจากโรงไฟฟ้าอันเป็นสถานที่ผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วนั้น ยังมีสถานที่อีกที่หนึ่งซึ่งสำคัญมาก ก็คือแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งทำงานอย่างขมักเขม้นตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจัดหาพลังงานเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เราได้ใช้กันในทุกๆ วัน แล้วคนสร้างพลังงาน เหล่านี้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง และพวกเขาเหล่านั้นร่ำเรียนวิชาความรู้ในการประกอบอาชีพที่สำคัญต่อเศรษฐกิจตลอดจนชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยมาจากไหนกัน
หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า ประเทศไทยมีโรงเรียนที่ฝึกสอนให้คนกลุ่มนี้ ได้มีทักษะ ความรู้ และความเข้าใจที่เหมาะสมกับการทำงานงานบนแท่นผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย นอกจากทักษะในการทำงานแล้ว ท่ามกลางผืนน้ำห่างชายฝั่งออกไปนับร้อยกิโลเมตร คนเหล่านี้ยังต้องมีทักษะในการเอาชีวิตรอดหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย โรงเรียนที่ฝึกสอนพวกเขาเหล่านั้นก็คือ ศูนย์เศรษฐพัฒน์ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมช่างเทคนิคปิโตรเลียมแห่งแรกของประเทศไทย ของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งปี พ.ศ. 2553 นี้มีอายุครบ 30 ปีแล้ว
เมื่อเร็วๆ นี้ ทางศูนย์เศรษฐพัฒน์ได้จัดงานฉลองครบรอบสามทศวรรษขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยภายในงาน คุณธารา ธีรธนากร ประธานกรรมการบริหาร (2548 – มิถุนายน 2553) พร้อมดัวยคุณไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร คนปัจจุบัน คุณแอนโทนี เคนริค ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนงานปฏิบัติการ และคุณชัยวัฒน์ เยาวภาพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ได้ร่วมงานเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ และให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากทางภาครัฐได้แก่ คุณเมตตาบันเทิงสุข รองปลัดกระทรวงพลังงาน ดร. ทรงภพ พลจันทร์ รองอธิบดี กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ คุณนภดล มัณฑะจิตร กรรมการกำกับกิจการพลังงาน คุณเสรี ศรีหะไตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
พลเรือโท ชัยวัฒน์ ภู่ทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และพลเรือตรี พีระศักดิ์ กมลศิลป์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา
กิจกรรมเด่นๆ ภายในงานได้แก่การเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เศรษฐพัฒน์ และนิทรรศการประวัติ 30 ปีศูนย์เศรษฐพัฒน์ พร้อมฟังบรรยายผลงานต่างๆ ของทางศูนย์ นอกจากนี้ยังมีสาธิตการเรียนการสอนในเรื่องการฝึกทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินกลางทะเล หรือ Sea Survival และ ขั้นตอนการทำความสะอาดท่อขนส่งปิโตรเลียม หรือ Pig Launcher ให้ผู้ร่วมงานได้ชมอีกด้วย
คุณธารา ธีรธนากร กล่าวว่า “ศูนย์เศรษฐพัฒน์ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2523 เดิมใช้ชื่อว่า ศูนย์ฝึกอบรม
ยูเนี่ยนออยล์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมบุคลากรชาวไทย ให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานผลิตปิโตรเลียม โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและคณะอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์
“เศรษฐพัฒน์” ซึ่งมีความหมายว่า “พัฒนาเศรษฐกิจ” เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรกิจการด้านการฝึกอบรมบุคลากร รวมทั้งและกระบวนการผลิตก๊าซธรรมชาติกลางอ่าวไทย เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2533 ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดของพนักงานเศรษฐพัฒน์และชาวเชฟรอนทุกคน”
ด้าน ดร. ทรงภพ พลจันทร์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดงาน กล่าวว่า “ภารกิจในการ “สร้างคน” เป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ในช่วงระยะแรกของการประกอบกิจการด้านปิโตรเลียมในประเทศไทยนั้น เราต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในการปฏิบัติงานเกือบทั้งหมด เพราะคนไทยที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขานี้มีอยู่น้อยมาก การประกอบธุรกิจในระยะนั้นจึงมีต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายสูงมาก การจัดตั้งและฝึกอบรมบุคลากรของศูนย์เศรษฐพัฒน์จึงช่วยแก้ปัญหาความขาดแคลนบุคลากรสำหรับธุรกิจปิโตรเลียมได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ จนกระทั่งในปัจจุบัน ศูนย์เศรษฐพัฒน์ สามารถผลิตบุคลากรที่สามารถปฏิบัติงานผลิตปิโตรเลียมได้อย่างครบวงจร และยังสามารถรองรับบุคลากรจากประเทศใกล้เคียงให้เข้ามารับการฝึกอบรมได้อีกด้วย จึงนับได้ว่าระยะเวลา 30 ปีแห่งความสำเร็จของศูนย์เศรษฐพัฒน์ เป็นระยะเวลา 30 ปีแห่งความสำเร็จในด้านการพัฒนาบุคลากรของวงการปิโตรเลียมไทยเช่นกัน”
การฝึกอบรมที่ศูนย์เศรษฐพัฒน์นี้ ยังได้มีการพัฒนาหลักสูตรพื้นฐานด้านปิโตรเลียม ซึ่งจะครอบคลุมวิชาเทคโนโลยีปิโตรเลียมว่าด้วยการผลิต การควบคุมการผลิต การซ่อมบำรุง วิชาด้านธรณีวิทยา และเรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้วยการยึดหลักด้านความปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการฝึกปฏิบัติงานจริงบนแท่นปิโตรเลียมกลางอ่าวไทย ตลอดจนการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน
ปัจจุบันศูนย์เศรษฐพัฒน์มีผู้ผ่านการฝึกอบรมที่ศูนย์เศรษฐพัฒน์กว่า 300,000 คน รวมถึงเปิดอบรมให้กับพนักงานบริษัทเชฟรอนจากประเทศเวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย นอกจากนี้ ศูนย์เศรษฐพัฒน์ยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันฝึกอบรมปิโตรเลียมนอกชายฝั่งของสหราชอาณาจักร (United Kingdom) คือ OPITO (Offshore Petroleum Industry Training Organization) ได้รับการรับรองการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัยทางน้ำจากกรมเจ้าท่า ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโรงเรียนฝึกผจญเพลิง และการทำงานในพื้นที่อับอากาศ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอีกด้วย
นอกจากฝึกอบรมให้กับพนักงานเชฟรอนแล้ว ศูนย์เศรษฐพัฒน์แห่งนี้ยังเป็นสถาบันผลิตบุคลากรให้กับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมในประเทศไทยอีกด้วย โดยจัดให้มีการเปิดสอบเพื่อชิงทุนฝึกอบรมช่างเทคนิคปิโตรเลียมร่วมกับบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท เฮสส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในการรับสัมปทานปิโตรเลียม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรคุณภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และยังเสริมสร้างศักยภาพแรงงานไทยให้สามารถแข่งขันในต่างประเทศได้อีกด้วย โดยทุนฝึกอบรมระยะเวลา 8 เดือนนี้ไม่ข้อผูกมัดในการใช้ทุนใดๆ และมีเนื้อหาเข้มข้นให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถออกไปปฏิบัติงานนอกชายฝั่งได้ทันที โดยแต่ละปีจะมีนิสิต นักศึกษา ในสาขาช่างเทคนิคและวิศวกรรมให้ความสนใจสมัครชิงทุนกว่า 3 พันคน ซึ่งจนถึงปี 2553 นี้ มีการมอบทุนไปแล้วทั้งสิ้น 9 รุ่นแล้ว โดยนักเรียนที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ยังได้มีโอกาสเข้าทำงานกับบริษัทอุตสาหรกรรมปิโตรเลียมชั้นนำในประเทศไทย
กว่า 30 ปีแล้ว ที่ศูนย์เศรษฐพัฒน์แห่งนี้ ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างบุคลากรด้านปิโตรเลียมคุณภาพและเสริมสร้างศักยภาพแรงงานไทย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย พร้อมๆ ไปกับการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชาวสงขลาในการพัฒนาชุมชนและสังคมมาโดยตลอด อาทิ การฝึกอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน โครงการกองทุนเชฟรอน การจัดสวนปิโตรเลียมเพื่อเปิดให้นักเรียนเข้ามาเยี่ยมชมและให้ความรู้ด้านการพัฒนาปิโตรเลียม
|