เชฟรอนประเทศไทย
 
เชฟรอน เชื่อมั่น พลังคน
 
 

เชฟรอนฯ เดินหน้าขยายโรงเรียนเครือข่ายเชฟรอน พลังใจ พลังคน ปี 2

 
 
 

บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2505 และดำเนินโครงการโรงเรียนเครือข่ายเชฟรอน พลังใจ พลังคน อย่างต่อเนื่อง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงพระชนมายุ 84 พรรษา ในปี พ.ศ. 2554 โดยเปิดตัวอีก 30 โรงเรียนที่เข้ารับทุนในการจัดการขยะและจัดการสิ่งแวดล้อม เผย 5 ยุทธศาสตร์ให้โรงเรียนเป็นแกนนำดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มั่นใจศักยภาพโรงเรียนแกนนำสร้างจิตสำนึกให้นักเรียน และชุมชนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาขยะ

นายธารา ธีรธนากร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของโครงการโรงเรียนเครือข่ายเชฟรอน พลังใจ พลังคน ที่ทางบริษัทได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ซึ่ง 20 โรงเรียนแรกที่ได้รับทุนจากโครงการในปี พ.ศ. 2552 ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และความมุ่งมั่นของผู้บริหาร ครู ในการที่จะร่วมกันคิดริเริ่มสร้างวิถีทางใหม่ๆ ในการสร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน และครอบครัว รวมไปถึงชุมชน ในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขยะ ซึ่งจากผลการดำเนิน งานของโรงเรียนที่นำไปสู่นวัตกรรมทางความคิดที่มีหลากหลายรูปแบบในการจัดการปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมที่ได้ผลเด่นชัด รวมถึงการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งโรงเรียนเครือข่ายทั้ง 50 โรงในขณะนี้จะเป็นรากฐานสำคัญอันนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายโรงเรียนในโครงการโรงเรียนเครือข่ายเชฟรอนฯ ปีที่ 2 และทำให้การทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นขึ้น”

สำหรับโครงการปีที่ 2 ซึ่งจะเริ่มในปี 2553 นี้ นายธารากล่าวว่า “ปีนี้จากกว่า 200 โรงเรียนที่ส่งใบสมัครเข้ามา มีโรงเรียนได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 30 โรงเรียน ครอบคลุมทุกภาครวม 22 จังหวัด โดยบริษัทจะสนับสนุนทุนการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมให้โรงเรียนตามโครงการที่เสนอมา ทั้งนี้ทุกโรงเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการยังจะได้เข้าอบรมพัฒนาศักยภาพโรงเรียนแกนนำ มีการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงได้รับการเติมองค์ความรู้จากนักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์ในการทำงานมาถ่ายทอดเทคนิคแนวทางในการสร้างเครือข่ายสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ให้ผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้นำชุมชนอย่างเต็มที่” 

โครงการโรงเรียนเครือข่ายเชฟรอนพลังใจพลังคน เป็นโครงการต่อเนื่อง ที่มีวัตถุประสงค์สำคัญคือ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยแนวคิดหลักของโครงการ ฯ ตรงกับแนวคิดขององค์กร ที่เชื่อใน Human Energy คือ “พลังคน” ที่สามารถสร้างสรรค์สังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะคัดเลือกอีก 34 โรงเรียนเข้าร่วมเป็นเครือข่ายจนครบ 84 โรงเรียนในปีหน้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุ 84 พรรษา ในปี พ.ศ.2554

ความแตกต่างของโครงการปีที่สองกับปีแรกที่สำคัญคือ ความพร้อมของโรงเรียนทั้ง 30 แห่งที่เข้ามาเป็นเครือข่าย ซึ่งในปีนี้ ได้มีการคัดเลือกโรงเรียนที่มีความเข้มแข็ง และมีการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้กิจกรรม และรูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนปีนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ทางโครงการฯ ก็มีความพร้อมมากขึ้น โดยจากประสบการณ์ในการทำงานในปีแรกและจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลการดำเนินกิจกรรม ของโรงเรียนในปีแรก ๆ ทำให้ทางโครงการมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน โดยกำหนดเป็น 5 ยุทธศาสตร์ สำหรับการขับเคลื่อนโครงการให้ประสบความสำเร็จ คือ 1.รวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม 2.การพัฒนาครูแกนนำ อาสาสมัครในชุมชนให้มีความรู้ และมีความเข้มแข็ง สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดแนวคิด สู่การสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ 3.การพัฒนาและการบริหารเครือข่ายเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4.การผลักดันเชิงนโยบาย และ 5.การสื่อสารสู่สาธารณะ

“มั่นใจว่าภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ และฐานเครือข่ายโรงเรียนแกนนำเดิม 20 โรงเรียนที่มีเครือข่ายย่อยในพื้นที่ของโรงเรียนต่างๆ และการทำงานของอีก 30 โรงเรียนในปีนี้ รวมเป็น 50 โรงเรียนใน 31 จังหวัดทั่วประเทศ จะทำให้โครงการฯ มีความเข้มข้น ซึ่งจากบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของโรงเรียนที่ผ่านมา พบว่าแต่ละโรงเรียน ต่างเต็มใจถ่ายทอดเทคนิคและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันทำให้เกิดเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ และเกื้อหนุนกัน และในขณะเดียวกันก็ได้องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในการจัดการสิ่งแวดล้อม เมื่อเชฟรอนได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชน ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะส่งเสริมให้โรงเรียนสามารถขยายผลไปยังชุมชนและสื่อสารผลงานของโรงเรียนในเครือข่ายออกไปในวงกว้างอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีของโรงเรียนอื่น ๆ ต่อไป” นายธารากล่าวเพิ่มเติม 

ด้าน ดร. ปัญญา แก้วกียูร ที่ปรึกษาด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “ทาง สพฐ.ได้ให้นโยบายกับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการว่าโรงเรียนจะต้องหาวิธีการบูรณาการให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าจากการจัดกิจกรรมอบรม เติมศักยภาพให้โรงเรียนแกนนำของโครงการฯอย่างต่อเนื่อง และจาก 5 ยุทธศาสตร์ที่ทางโครงการจะได้นำมาใช้ในปีนี้จะสร้างความตื่นตัวและเห็นรูปธรรมของการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนเพื่อขยายผลสู่ชุมชนมากขึ้น”

สำหรับแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมของทั้ง 30 โรงเรียน ยังคงมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียน และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีโครงการที่น่าสนใจ อาทิ โครงการเด็กขยับ ผู้ใหญ่ขยาย สลายขยะ ของโรงเรียนสวนป่าแม่กะสี จังหวัดนครสวรรค์ โครงการคิดก่อนใช้ ใช้ก่อนทิ้ง หยุดทิ้งเงิน โรงเรียนวัดบางกอบัว จังหวัดสมุทรปราการ และ โครงการเรียนรู้ชีวิตจากขยะ โรงเรียนวัดประเจียก จังหวัดสงขลา เป็นต้น

นายเจริญ นิลมาท ผู้อำนวยโรงเรียนวัดประเจียก จังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การสร้างจิตสำนึกเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา โดยทางโรงเรียนมุ่งที่จะสร้างจิตสำนึกให้นักเรียน และค่อย ๆ ขยายไปในชุมชน และต้องหาวิธีการที่ตรงกับวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งสำหรับโรงเรียนทางใต้ที่นิยมดูหนังตะลุงมโนราห์ ทางโรงเรียนจึงได้มีการบูรณาการให้ทุกครั้งที่มีการแสดงหนังตะลุงมโนราห์ในชุมชนก็จะต้องมีบทที่เกี่ยวกับการรณรงค์ทางด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยดึงความสนใจของชุมชนจากกระแสกระตุ้นการบริโภคที่มาจากสื่อโทรทัศน์ต่าง ๆ ได้”

ด้านนายชวน แก้วกัณหา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสำโรงเกียรติ จังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนแกนนำปีแรก กล่าวถึงการสร้างจิตสำนึกให้นักเรียนว่า “จะต้องมีการปลูกฝังกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเด็กเล็ก ๆ ได้เห็นครูทำ รุ่นพี่ทำเป็นตัวอย่าง ก็จะมีจิตสำนึกอยากทำ ซึ่งในการทำโครงการฯ ในปีที่ผ่านมาได้จุดประกายให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากนั่งดูดาย ขี้เกียจ รังเกียจขยะ มาร่วมจัดการขยะเพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในที่สุด”

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยมายาวนานตั้งแต่ปี 2505 ดำเนินธุรกิจด้วยหลักการปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน ซึ่งรวมไปถึงการดำเนินนโยบายด้านสังคมซึ่งเน้นเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้สังคมได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง โดยบริษัท เชฟรอนทั่วโลกใช้แคมเปญ “Human Energy” หรือ “พลังคน” เป็นแนวคิดในการกำหนดทิศทางและกรอบการวางนโยบายด้านสังคม ซึ่งมีพื้นฐานจากความเชื่อและการให้ความสำคัญในศักยภาพของ “คน” ในการสร้างสรรค์ และลงมือทำ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคม โดยเริ่มจากภายในสู่ภายนอก คือ สร้างพลังใจ โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนัก ปลูกจิตสำนึก ค่านิยมที่ต้องการทำความดี และสร้างประโยชน์ให้สังคมให้เกิดขึ้นก่อน จากนั้นก็สนับสนุน “พลังคน” เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยการสนับสนุนทั้งในรูปแบบของการให้องค์ความรู้ และงบประมาณ รวมไปถึงความร่วมมือในลักษณะของการเป็นพันธมิตรกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในปี 2553 นี้ โครงการ “โรงเรียนเครือข่ายเชฟรอน พลังใจ พลังคน” ยังคงเปิดรับสมัครโรงเรียนเพื่อรับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง และจะมีการคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการอีก 34 โรงเรียนในปลายปี 2553 โดยโรงเรียนที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chevronschool.com หรือ โทร. 0-2831-8494