เชฟรอนประเทศไทย
 
เชฟรอน เชื่อมั่น พลังคน
 
 

เชฟรอนจัดพิธีปล่อยแท่นผลิตกลาง
โครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทองระยะที่ 2

 
 
 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายจิม แบล็คเวลล์ ประธาน บริษัท เชฟรอนเอเชียแปซิฟิกสำรวจและผลิต ดร.ณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ ดร. มูฮัมหมัด ซานิ ผู้ว่าราชการหมู่เกาะเรียว ประเทศอินโดนีเซีย ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีปล่อยแท่นผลิตกลางโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทอง ระยะที่ 2 ณ ลานก่อสร้างและประกอบแท่นผลิตปิโตรเลียมของบริษัท แม็กเดอร์ม็อตต์ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ เกาะบาตัม ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งนับเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญของโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทอง ระยะที่ 2

ภายในพิธีดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจากภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ ดร.คุรุจิต นาครทรรพ รองปลัด กระทรวงพลังงาน ดร.ทรงภพ พลจันทร์ รักษาการอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นายโจ จาจา กรรมการ-ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด นายจอห์น แมคคอร์แมค รองประธานอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แม็กเดอร์ม็อตต์ อินเตอร์เนชั่นแนล นายสก็อตต์ คัมมินส์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค บริษัท แม็กเดอร์ม็อตต์ อินเตอร์เนชั่นแนล นายโยชิยูกิ คางาวา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด และนายสุรพงษ์ เอี่ยมจุฬา รองผู้จัดการใหญ่ สายงานสนับสนุนการปฏิบัติการโครงการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ รัฐบาลประเทศอินโดนีเซีย บริษัท เชฟรอน มิตซุย ออยล์ และ ปตท. สผ. รวมถึงผู้สี่อข่าวต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทอง ระยะที่ 2 และพนักงานก่อสร้างและประกอบแท่นผลิตปิโตรเลียมนับพันคนเข้าร่วมในพิธี

นายจิม แบล็คเวลล์ กล่าวว่า “โครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทอง ระยะที่ 2 แสดงถึงเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นของเชฟรอนต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศไทย โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุน 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีศักยภาพในการเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติของประเทศได้ถึงร้อยละ 10 เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยความต้องการก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 13 ในปี พ.ศ. 2553 เราจึงเร่งดำเนินโครงการเพื่อเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติให้ได้โดยเร็ว แท่นผลิตกลางของโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทอง ระยะที่ 2 ที่ประกอบแล้วเสร็จและจะขนส่งจากเกาะบาตัม ประเทศอินโดนีเซียสู่อ่าวไทยในครั้งนี้ ยังแสดงถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอันแนบแน่นระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้อีกด้วย”

ด้าน ดร. ณอคุณ กล่าวว่า “การเร่งส่งเสริมการพัฒนากิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยนั้น ดำเนินตามนโยบายการพึ่งพาตนเองในด้านพลังงาน ซึ่งนับเป็นนโยบายพลังงานที่สำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศมานานหลายสิบปีแล้ว โครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทอง ระยะที่ 2 นี้เป็นหนึ่งในโครงการที่มีแท่นโครงสร้างกลางอ่าวไทยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ โครงการจะส่งผลดีทางเศรษฐกิจให้กับประเทศและภูมิภาคในวงกว้าง สนับสนุนธุรกิจต่อเนื่อง และช่วยให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้จำนวนมากให้แก่คนในประเทศ”

ความสำเร็จของโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติปลาทอง ระยะที่ 2 นี้ยังรวมถึงการทำงานด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของพนักงานเชฟรอนและบริษัทแม็กเดอร์ม็อตต์ ที่ได้รับรางวัลบริษัทผู้รับเหมาดีเด่นจากเชฟรอนอีกด้วย การผลิตแท่นผลิตกลางของโครงการนี้ ยังได้รับรางวัลการทำงานด้วยสถิติความปลอดภัยเป็นระยะเวลา 12 ล้านชั่วโมงติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 ถึงเดือนธันวาคม 2553 และยังประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงานโดยปราศจากสถิติการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานในปี 2553 อีกด้วย

แท่นผลิตกลางนี้มีน้ำหนักรวม 18,500 ตัน และจะขนส่งด้วยเรือลากจูงขนาดใหญ่จากเกาะบาตัม ประเทศอินโดนีเซียมายังประเทศไทยในเดือนมีนาคม โดยมีกำหนดการติดตั้งในไตรมาสที่สองของปีนี้ ภายหลังที่ได้มีการติดตั้งขาแท่นของแท่นผลิตกลาง และแท่นที่อยู่อาศัยแล้วเสร็จในไตรมาสที่สามของปี 2553 ทั้งนี้แท่นผลิตกลางนี้มีความสามารถในการผลิตก๊าซธรรมชาติสูงสุดประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะทำการผลิตก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ระบบที่ 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

โครงการผลิตก๊าซธรรมชาติจากพื้นที่ผลิตปลาทองระยะที่ 2 ตั้งอยู่ในอ่าวไทยห่างจากชายฝั่ง 200 กิโลเมตร ในระดับความลึกของน้ำทะเล 250 ฟุต เชฟรอนเป็นผู้ดำเนินโครงการโดยมีสัดส่วนการลงทุนประมาณ ร้อยละ 70 และมีบริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด เป็นผู้ร่วมทุน