บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แถลงเปิดตัวโครงการความร่วมมือ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว 5 ปี ภายใต้งบประมาณรวมกว่า 900 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และคณิตศาสตร์  (Math) หรือ STEM ทั้งในระบบการศึกษาสายสามัญและการศึกษาสายอาชีพ ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

โดยตลอดระยะเวลา 5 ปี โครงการดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือของเชฟรอนประเทศไทยกับหน่วยงานองค์กรอิสระ หน่วยงานทางวิชาการ หน่วยงานภาครัฐในด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษารวมถึงหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อยกระดับคุณภาพในด้านการเรียนการสอนในสาขาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในประเทศไทย โดยการพัฒนาศูนย์ 18 แห่งสำหรับการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ทั้งในระบบการศึกษาสายสามัญและการศึกษาสายอาชีพ

นายแบรด มิดเดิลตัน กรรมการผู้จัดการใหญ่เชฟรอน เอเชียเซ้าท์ กล่าวว่า “เชฟรอนมุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสในการเข้าถึงและการยกระดับคุณภาพด้านการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในประเทศไทยเพราะแรงงานที่มีทักษะทางวิทยาศาสตร์นับเป็นรากฐานสำคัญต่อความสำเร็จทั้งในอุตสาหกรรมพลังงานและการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ”

“เชฟรอนมุ่งมั่นที่จะสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย ซึ่งเชฟรอนให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษามาตลอดระยะเวลามากกว่า 50 ปีตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการในประเทศไทย”  นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวเสริม “ตลอดระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ เชฟรอนจะทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในประเทศเพื่อพัฒนาบุคลากรที่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศในระยะยาวในอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ ให้มีทักษะที่ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน” 

โครงการความร่วมมือในครั้งนี้เน้นการพัฒนาการศึกษาในสาขาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมต้น และอาชีวศึกษาในระดับปวช. และปวส. ซึ่งครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยกิจกรรมหลักของโครงการจะเป็นการการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ STEM จำนวน 12 ศูนย์ และศูนย์อาชีวศึกษาจำนวน 6 ศูนย์ ซึ่งครอบคลุมกว่า 600 โรงเรียนทั่วประเทศ และโครงการนี้จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อครู นักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ รวมถึงบุคลากรกว่า 5 แสนคน ในการเพิ่มโอกาสทางด้านอาชีพ